Type at least 2 characters to search
No results found for ""
Courses
Lessons
↑ ↓ navigate ↵ open
See all results →
ความเชื่อทางศาสนา ในโลกนี้

ความเชื่อทางศาสนา ในโลกนี้

Search Course

Type at least 3 characters to search

Search through all lessons and sections in this course

Loading course text…
Course search is unavailable right now.

Searching...

No results found

No matches for ""

Try different keywords or check your spelling

results found

Lesson 2: เข้าใจความขัดแย้งทางศาสนา

1 min read

by Stephen Gibson


บทนำ

► ทำไมความขัดแย้งทางศาสนาจึงเกิดขึ้น? จำเป็นต้องมีความขัดแย้งทางศาสนา หรือนั่นเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง?

► หลังจากพูดคุยกันสั้น ๆ เกี่ยวกับคำถามเหล่านี้แล้ว ชั้นเรียนควรดูข้อพระคัมภีร์อ้างอิงต่อไปนี้คือ 1 ทิโมธี 3:15, ยูดา 1:3; มัทธิว 16:6, 12; ทิตัส 1:9; และ 1 เปโตร 3:15 แล้วพูดคุยกันสั้น ๆ ถึงสิ่งที่ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้บอกเป็นนัยเกี่ยวกับความขัดแย้งทางศาสนา

พระเยซูบอกหญิงชาวสะมาเรียที่บ่อน้ำว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของการนมัสการของชาวสะมาเรียคือพวกเขานมัสการผู้ที่พวกเขาไม่รู้จัก (ยอห์น 4:22) แน่นอนว่าแนวคิดของคน ๆ หนึ่งเกี่ยวกับพระเจ้าย่อมเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของเขาและเป็นรากฐานของศาสนาทั้งหมดของเขา ไม่มีความผิดพลาดใดร้ายแรงไปกว่าความผิดเกี่ยวกับลักษณะที่พระเจ้าเป็น

เป็นไปไม่ได้ที่จะนมัสการพระเจ้าโดยปราศจากการเชื่อในบางสิ่งเกี่ยวกับพระองค์ ถ้าบุคคลหนึ่งมีแนวคิดที่ผิดเกี่ยวกับพระเจ้า เขาก็จะยกย่องให้เกียรติคุณลักษณะที่พระเจ้าไม่ได้มีและล้มเหลวที่จะยกย่องให้เกียรติคุณลักษณะที่พระเจ้ามี คุณลักษณะของตัวผู้นมัสการเองจะเปลี่ยนไปตามคุณลักษณะที่เขาคิดว่าพระเจ้ามี

บุคคลที่ไม่สามารถมีความเชื่อในพระเยซูเพื่อจะรับความรอดได้โดยไม่เชื่อบางสิ่งเกี่ยวกับพระองค์ ถ้าหากบุคคลใดเชื่อสิ่งที่ผิดเกี่ยวกับพระเยซู เขาก็มีหลักคำสอนที่ไม่สนับสนุนข่าวประเสริฐ เขาอาจเชื่อข่าวประเสริฐเทียมเท็จที่ช่วยเขาให้รอดไม่ได้

คริสตจักรมีความรับผิดชอบต่อการสถาปนาความจริง อัครทูตเปาโลกล่าวว่าคริสตจักรเป็น หลักและเป็นรากฐานแห่งความจริง (1 ทิโมธี 3:15) ในการสถาปนาความจริง คริสตจักรมีความรับผิดชอบในการอธิบายและปกป้องความจริงนั้น อัครทูตยูดาบอกเราว่า เมื่อผู้คนสอนหลักคำสอนที่ผิด เราต้อง “ต่อสู้เพื่อหลักความเชื่อที่ได้ทรงมอบให้กับพวกธรรมิกชนครั้งเดียวสำหรับตลอดไป” (ยูดา 1:3)

หลักคำสอนเท็จเหมือนกับโรคร้ายที่แพร่กระจายผลของมัน (2 ทิโมธี 2:17) หลักคำสอนเท็จเปรียบได้กับยีสต์ซึ่งค่อย ๆ ส่งผลทำให้ขนมปังฟูทั้งก้อน (มัทธิว 16:6)

พระเจ้าเรียกศิษยาภิบาลให้เป็นผู้นำในการปกป้องความจริง เปาโลกล่าวกับทิตัสว่า ศิษยาภิบาลสมควรสอนหลักคำสอนที่ถูกต้องและว่ากล่าวตักเตือนพวกคนที่ขัดแย้งกับหลักคำสอนนั้น (ทิตัส 1:9) เขายังกล่าวด้วยว่าเพราะพวกที่หลอกลวง จึงทำให้ทั้งครอบครัวถูกดึงออกไปจากความจริง (ทิตัส 1:10-11)

หลักสูตรนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลักคำสอนต่าง ๆ ที่แบ่งคริสตจักรของคริสเตียนออกไปเป็นหลายคณะเช่น เมธอดิสท์ แบ๊บติส หรือเพ็นเทคอส โดยทั่วไปแล้วคริสตจักรเหล่านี้เห็นด้วยกันในหลักคำสอนสำคัญในพระคัมภีร์ซึ่งอ้างอิงไว้ใน คู่มือหลักคำสอน ในหน้าท้าย ๆ ของหนังสือของหลักสูตรนี้ หลักสูตรนี้เน้นพิจารณากลุ่มศาสนาที่ปฏิเสธหลักคำสอนที่เป็นรากฐานของความเชื่อคริสเตียน

ในบทเรียนนี้ เราจะศึกษาวิธีสำคัญแปดวิธีที่คริสเตียนควรเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับความขัดแย้งทางศาสนา พวกเขาจะต้อง...

1. มีประสบการณ์ส่วนตัวในความรอด

2. มั่นคงในหลักคำสอนตามพระคัมภีร์

3. เข้าใจถึงอันตรายของข้อผิดพลาด

4. เข้าใจเกี่ยวกับสมาชิกของลัทธิ

5. เข้าใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดของศาสนาเทียมเท็จ

6. แบ่งปันข่าวประเสริฐ

7. สำแดงตนในฐานะคริสตจักร

8. พึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์